กระแสลมแผ่วเบาอันแสนสิ้นเปลือง หรือวิธีพบกับพระเจ้าอันแสนประหยัด

กระแสลมแผ่วเบาอันแสนสิ้นเปลือง หรือวิธีพบกับพระเจ้าอันแสนประหยัด

ซาราห์ แองกลิส เป็นผู้สร้างสรรค์งานศิลปะจากเสียง (Sound art) ตามพิพิธภัณฑ์และสถานที่สาธารณะต่างๆ ซาราห์มีความคิดที่จะสอดแทรกคลื่นอินฟราซาวด์เข้าไปในเพลงบางเพลงที่เล่นระหว่างการแสดงดนตรีสด ยูฟ่าเบท เพื่อหาคําตอบว่าเสียงอันลึกลับจะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้ชมที่มีต่อดนตรีหรือไม่ ตัวอย่างเช่น คลื่นเสียงนั้นจะทําให้พวกเขาสัมผัสถึงประสบการณ์ประหลาดๆที่มักเชื่อมโยงกับภูตผีวิญญาณได้หรือไม่ อย่างเช่นการรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ใกล้ๆ ความรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาอย่างฉับพลัน และอาการขนลุกบริเวณท้ายทอย

กระแสลมแผ่วเบาอันแสนสิ้นเปลือง หรือวิธีพบกับพระเจ้าอันแสนประหยัด

ซาราห์จึงนําทีมวิศวกรและนักฟิสิกส์ชั้นเยี่ยมมาสร้างเครื่องกําเนิดคลื่นอินฟราซาวด์แบบไฮเทค เพื่อให้เราสามารถสร้างคลื่นอินฟราซาวด์ได้ตามใจชอบ แต่ความจริงแล้วเครื่องมือนี้เป็นท่อระบายน้ำยาว 7 เมตร ซึ่งติดตั้งลําโพงคลื่นเสียงความถี่ต่ำไว้ตรงกลาง โดยซาราห์เองก็อยู่ด้วย ตอนที่เปิดใช้เจ้าเครื่องนี้เป็นครั้งแรก เธอเล่าว่าการลากท่อเริ่มก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนกับหลอดไฟที่ห้อยลงมาจากเพดาน เฟอร์นิเจอร์ และของกระจุกกระนี้ให้กําเนิดเสียงซึ่งแทบไม่ได้ยิน นี่จึงเป็นประสบการณ์ที่แปลกประหลาดมาก การได้เห็นสิ่งของต่างๆสั่นสะเทือนโดยไม่มีเหตุผลทําให้เรานึกภาพได้อย่างง่ายดายว่า พลังงานคลื่นเสียงความถี่ต่ำทําให้คนเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองถูกผีหลอกได้อย่างไร

อีกการทดลองหนึ่งก็คือการจัดการแสดงดนตรีอันแปลกพิสดารขึ้นมาสองรอบ โดยแนวคิดของการทดลองนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนแต่อย่างใด การแสดงแต่ละรอบจะประกอบด้วยบทเพลงเปียโนร่วมสมัยหลายเพลง ซึ่งบรรเลงโดยนักเปียโนชาวรัสเซียชื่อเจนยา การแสดงจะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง หลังจบแต่ละช่วงผู้ชมจะต้องตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินการตอบสนองทางอารมณ์ของพวกเขาที่มีต่อดนตรี รวมทั้งบันทึกอาการแปลกประหลาดต่างๆ เช่น ความรู้สึกเสียวซ่าน ความรู้สึกตื่นเต้น หรือความรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาอย่างฉับพลัน

โดยจะมีการปล่อยคลื่นอินฟราซาวด์ไปทั่วห้องแสดงดนตรีก่อนการตอบแบบสอบถามใน 2 ช่วงจากทั้งหมด 4 ช่วง ขั้นตอนการทดลองในการแสดงดนตรีทั้งสองรอบจะเหมือนกัน ยกเว้นเพียงเรื่องเดียวคือ จังหวะของการปล่อยคลื่นอินฟราซาวด์ ถ้าเราเปิดท่อให้กําเนิดคลื่นเสียงในเพลงหนึ่งของการแสดงรอบแรก ufabet เราก็จะปิดท่อให้กำเนิดคลื่นเสียงในเพลงนั้นระหว่างการแสดงรอบที่สอง วิธีนี้จะช่วยให้เรากําจัดปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่ออารมณ์ เช่น ความแตกต่างระหว่างบทเพลงที่บรรเลง นอกจากนี้ เรายังต้องระมัดระวังในการสร้างคลื่นอินฟราซาวด์ให้ดังที่สุดเท่าที่จะทําได้ในระดับที่ผู้ชมไม่รู้ตัว

แต่การจัดแสดงดนตรีครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะห้องแสดงดนตรีเซาท์แบงก์อยู่ไม่ไกลจากสวนสัตว์ลอนดอน ตอนแรกจึงมีความวิตกกันว่าพวกสัตว์อาจได้รับผลกระทบจากคลื่นอินฟราซาวด์นี้จนก่อให้เกิด “ความโกลาหลวุ่นวายอย่างผิดปกติ” เหมือนกับการทดลองของกาลต้นเมื่อ 100 กว่าปีก่อน แต่หลังจากคํานวณอย่างคร่าวๆแล้ว ก็ได้รู้ว่าบรรดาเพื่อนสี่ขาในสวนสัตว์ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลเลย อย่างไรก็ตาม

การคํานวณดังกล่าวกลับเผยให้เห็นว่า ถ้าเราดําเนินการอย่างไม่ระมัดระวัง คนในห้องแสดงดนตรีต่างหากที่น่าเป็นห่วง เพราะคลื่นอินฟราซาวด์ระดับสูงจะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายของคนเราแน่นอน ว่าเราต้องการให้ผู้ชมได้รับฟังคลื่นเสียงในระดับที่ปลอดภัยเท่านั้น แต่ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นคือ เมื่อคลื่นอินฟราซาวด์สะท้อนไปรอบห้อง ก็อาจผสมผสานกันจนเกิดเสียงดังผิดปกติและเป็นอันตรายในบางจุดของห้องได้ ดังนั้น สิ่งสําคัญคือการทดลองเปิดท่อให้กําเนิดคลื่นเสียงก่อนการแสดง แล้วให้ริชาร์ดกับแดนตรวจวัดระดับของคลื่นอินฟราซาวด์ทั่วห้องแสดงดนตรีอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ทีมงานมารวมตัวกันในเช้าวันจัดการแสดงดนตรี ได้ติดตั้งท่อให้กําเนิดคลื่นเสียงบริเวณด้านหลังห้องและเปิดเสียงดังสุด จากนั้นก็เริ่มตรวจวัดระดับของคลื่น โชคดีที่ผลลัพธ์ออกมาพบว่าไม่มีส่วนไหนของห้องที่เกิดคลื่นอินฟราซาวด์ในระดับสูงจนเป็นอันตราย จึงดําเนินการต่อตามแผนที่วางไว้

การจัดงานแสดงสดทํานองนี้เป็นเรื่องน่าหวาดหวั่นเสมอ เพราะมีโอกาสเพียงครั้งเดียวในการทําทุกอย่างให้ถูกต้อง ขณะที่ประชาชน 200 คนเริ่มทยอยเข้าสู่ห้องแสดงดนตรีเพื่อรับชมการแสดงรอบแรก แสงไฟภายในห้องค่อยๆมืดสลัวลง ขณะที่ผู้ชมก็ได้เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีตลอดทั้งงาน ทุกคนตอบแบบสอบถามเมื่อสิ้นสุดการแสดงทั้ง 4 เพลง แล้วส่งแบบสอบถามคืนให้ขณะเดินออกจากห้อง หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็ดําเนินการทดลองทั้งหมดซ้ำอีกรอบโดยมีผู้ชม 200 คนมาเข้าชมการแสดงรอบที่สอง

สัปดาห์ต่อมา ก็ถึงขั้นตอนลงมือวิเคราะห์ผลลัพธ์ คําถามก็คือ การวางแผนและเตรียมการอย่างรอบคอบของซาราห์บังเกิดผลตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ คลื่นอินฟราซาวด์ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ขนหัวลุกกับผู้ชมที่เป็นหนูทดลองหรือเปล่า ufabet ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันก็จะกลายเป็นหลักฐานจากการทดลองครั้งแรกที่บ่งชี้ว่าแนวคิดของวิคถูกต้อง เขาเชื่อว่าประสบการณ์ภูตผีอาจมีสาเหตุมาจากคลื่นเสียงความถี่ต่ำก็ได้ ข่าวดีก็คือไม่มีผู้ชมคนไหนมีอาการร้ายแรงแบบเดียวกับคนที่ได้ฟัง “ตัวโน้ตสีน้ำตาล” อันน่าสะพรึงกลัว แต่ข่าวดียิ่งกว่านั้นก็คือ พวกเขาแจ้งว่าตัวเองมีอาการแปลกประหลาดเมื่อได้ฟังเพลงที่บรรเลงพร้อมกับการปล่อยคลื่นอินฟราซาวด์ ตามที่เราคาดไว้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย เพราะผู้ชมประมาณ 22 เปอร์เซ็นต์อ้างว่ามีอาการประหลาด

เมื่อปล่อยคลื่นอินฟราซาวด์กระจายไปทั่วห้อง แสดงดนตรีระหว่างการบรรเลงเปียโนเพลงหนึ่ง ผู้ชมบอกว่าตัวเองมีอาการ “ข้อมือสั่นระริกและรู้สึกแปลกๆภายในช่องท้อง” อีกคนหนึ่งบอกว่าตัวเอง “หัวใจเต้นเร็วขึ้น รู้สึกสั่นสะเทือนในหูและวิตกกังวล” และในช่วงต่อมาของการแสดงก็มีชายคนหนึ่งบอกว่า “รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเครื่องบินที่กําลังจะทะยานขึ้น” ขณะที่ผู้หญิงอีกคนบอกว่า “รู้สึกเกร็งตามร่างกายและแขนเหมือนใกล้จะถึงจุดสุดยอด แต่ไม่รู้สึกเกร็งที่ขา”

เมื่อการค้นพบครั้งนี้ถูกสื่อมวลชนเผยแพร่ไปทั่วโลก ทีมงานก็ได้รับการติดต่อจากสวนสนุกหลายแห่งว่า พวกเขาจะใช้คลื่นอินฟราซาวด์ เพื่อทําให้เครื่องเล่นสุดหวาดเสียวน่ากลัวยิ่งขึ้นได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่การต่อยอดโครงการนี้ได้อย่างน่าสนใจที่สุด เพราะได้พิสูจน์ไปแล้วว่าประสบการณ์ “ภูตผี” อาจเกิดจากคลื่นอินฟราซาวด์ แต่นักวิชาการบางส่วนกลับมองไปไกลกว่านั้นอีกขั้น

พวกเขาบอกว่า คลื่นเสียงความถี่ต่ำอาจมีบทบาทสําคัญในการสร้างบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิทางศาสนาก็ได้ โดยแอรอน วัตสัน และเดวิด คีตติง จากมหาวิทยาลัยเรดดิง ได้สร้างแบบจําลองคอมพิวเตอร์ของสุสานกองหินในสกอตแลนด์ขึ้นมา และบอกว่าสถานที่ดังกล่าวมีคลื่นอินฟราซาวด์ก้องกังวานอยู่ ถ้าหากมีใครตีกลองขนาด 30 เซนติเมตรก็จะสามารถสร้างคลื่นเสียงความถี่ต่ําอันทรงพลังได้เลยที่เดียว13 ขณะที่นักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งก็บอกว่า ไปป์ออร์แกนขนาดใหญ่ที่พบในโบสถ์หรือวิหารบางแห่งสามารถสร้างปรากฏการณ์แบบเดียวกันได้

ทีมงานได้ไปเยี่ยมชมโบสถ์และวิหารหลายแห่งที่มีไปป์ออร์แกนขนาดใหญ่และค้นพบว่า ไปป์ออร์แกนบางเครื่องสามารถสร้างคลื่นอินฟราซาวด์ได้ในระดับสูง นั่นหมายความว่าผู้คนที่สัมผัสได้ถึงพลังของวิญญาณภายในโบสถ์นั้น ความจริงแล้วอาจเป็นแค่ปฏิกิริยาตอบสนองต่อคลื่นเสียงความถี่ต่ําที่เกิดขึ้นจากไปป์ออร์แกนก็ได้ ผู้ผลิตไปป์ออร์แกนรายหนึ่งแอบบอกกับทีมงานว่า เสียงเหล่านี้เป็นเสียงที่ฟังไม่ได้ยิน มันจึงอาจถูกมองว่าเป็นวิธีที่สิ้นเปลืองในการสร้างกระแสลมอันแผ่วเบา หรือไม่ก็เป็นวิธีที่ประหยัดในการช่วยให้คริสต์ศาสนิกชนได้พบกับพระผู้เป็นเจ้า