ปรากฏการณ์ดาวอังคารและจิตวิทยาแห่งเวลากับยมทูต

จิตวิทยาแห่งเวลากับยมทูต

ปรากฏการณ์ดาวอังคารและจิตวิทยาแห่งเวลากับยมทูต: ทุกวันนี้ นักวิจัยบางส่วนเชื่อว่าการโกหกของพ่อแม่อาจเป็นคําตอบของปริศนาที่สร้างความสับสนให้กับนักวิทยาศาสตร์มานานหลายสิบปีแล้ว ปริศนาที่ว่านี้รู้จักกันในชื่อ “ปรากฏการณ์ดาวอังคาร (Mars Effect)” ufabet

ปรากฏการณ์ดาวอังคาร

ปรากฏการณ์ดาวอังคาร

นอกเหนือจากการส่งคําทํานายดวงชะตาวันเกิดของฆาตกรต่อเนื่องไปทําการทดลองกับสาธารณชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่แล้ว นักวิจัยชาวฝรั่งเศสชื่อ มิเชล โกเกอแล็ง ยังทดสอบแง่มุมอื่นๆของหลักโหราศาสตร์อีกด้วย ตามหลักโหราศาสตร์นั้นเวลาตกฟากในขณะที่ตําแหน่งของดาวเคราะห์บางดวงอยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าถือว่าเป็นมงคล และบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นจะโดดเด่นในเส้นทางอาชีพที่ตัวเองเลือก

ในทศวรรษที่ 1950 โกเกอแล็งได้ทดสอบคําทํานายนี้ด้วยการวาดตารางดวงดาวของคนที่มีชื่ออยู่ในอักขรานุกรมชีวประวัติชั้นนําของฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 จํานวน 16,000 คน เขาต้องประหลาดใจที่ได้พบว่าในเวลาตกฟากของคนดังเหล่านั้น ดาวเคราะห์บางดวงมักจะมีตําแหน่งสูงกว่าแนวขอบฟ้า หลักฐานซึ่งกลายเป็นที่รู้จักในชื่อปรากฏการณ์ดาวอังคารนี้สร้างความงุนงงให้แม้แต่นักคิดที่เคลือบแคลงสงสัยเรื่องโหราศาสตร์มากที่สุดมานานกว่า 50 ปี นักวิจัยคนหนึ่งถึงกับเอ่ยปากว่า “คงไม่แรงเกินไปที่จะบอกว่าทุกอย่างล้วนผูกอยู่กับเรื่องนี้ไปหมด”

ส่วนฮันส์ ไอเชินค์ บอกว่า “ถ้าผลลัพธ์ดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นของปลอม หลักฐานของฝ่ายโหราศาสตร์จะอ่อนลงทันที”33 จากนั้นในปี 2002 เจฟฟรีย์ ดิน นักวิจัยที่ทําการทดลองเรื่อง “ฝาแฝดเวลา” ก็ได้ลงมือศึกษาครั้งใหญ่เพื่อสืบหาความจริงในเรื่องนี้

ในช่วงศตวรรษที่ 19 บรรดาชนชั้นสูงในฝรั่งเศสเชื่อเรื่องโหราศาสตร์อย่างมาก และมีโอกาสได้ดูปฏิทินดาราศาสตร์ยอดนิยมซึ่งแสดงตําแหน่งของดาวเคราะห์ในแต่ละวัน อีกทั้งพ่อแม่ชาวฝรั่งเศสยังเป็นผู้แจ้งวันและเวลาเกิดของลูกแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแบบปากเปล่า แทนที่จะให้หมอและพยาบาลผดุงครรภ์บันทึกข้อมูลอย่างเป็นทางการ ดีนค้นพบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่บางคนกระตือรือร้นอยากเห็นลูกของตัวเองเจริญรุ่งเรืองในชีวิตจนถึงขั้นจงใจแจ้งวันเกิดเท็จของลูกเพื่อให้ดูเป็นวัน “มงคล”

ต่อมาพ่อแม่กลุ่มนี้ก็พยายามให้การศึกษาและปัจจัยอื่นๆที่จําเป็นแก่ลูกของตนเพื่อเปลี่ยน “การพยากรณ์จากดวงดาว” ให้เป็น “คําทํานายที่กลายเป็นจริง (self-fulfilling prophecy ufabet)” พูดง่ายๆก็คือผลงานของดีนแสดงให้เห็นว่าปรากฏการณ์ดาวอังคารอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักโหราศาสตร์น้อยมาก และน่าจะเกี่ยวข้องกับการเล่นแร่แปรธาตุกับข้อมูลเมื่อครั้งอดีตมากกว่า จนถึงตอนนี้ เราได้สํารวจไปแล้วว่าทําไมผู้คนถึงได้เปลี่ยนวันเกิด ของตัวเองและพวกเขาทําแบบนั้นได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม จิตวิทยาแห่งเวลาก็ยังได้ตรวจสอบหัวข้อที่พิสดารและน่ากลัวยิ่งกว่า นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างวันเกิดกับเวลาที่คนเราเสียชีวิต

จิตวิทยาแห่งเวลากับยมทูต

จิตวิทยาแห่งเวลากับยมทูต

เดวิด ฟิลลิปส์ นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก เป็นชายผู้คลั่งไคล้เรื่องความตาย แต่เขาไม่เหมือนกับนักวิจัยด้านการแพทย์ส่วนใหญ่ที่สนใจเรื่องสาเหตุของการเสียชีวิต เพราะเขาให้ความ สําคัญกับเวลาที่คนเราเสียชีวิตมากกว่า เขาสนใจมากเป็นพิเศษว่าคนเราจะสามารถเลื่อนเวลาเสียชีวิตออกไปจนกว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลาสําคัญๆในชีวิตได้หรือไม่ เขาเริ่มอุทิศการทํางานทั้งหมดของตัวเองให้กับเรื่องนี้ โดยเริ่มต้นเมื่อปี 1970 ซึ่งเป็นปีที่เขาตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกในหัวข้อสุดประหลาดว่า “การเสียชีวิตในฐานะพฤติกรรมทางสังคมรูปแบบหนึ่ง”

ฟิลลิปส์รู้สึกถึงกับความเชื่อที่ว่าคนเราอึดพอที่จะควบคุมร่างกายของตัวเองให้ชะลอการเสียชีวิตออกไปเป็นระยะเวลาสั้นๆสําหรับช่วงเวลาสําคัญของชีวิต พวกเขาชะลอเวลาการเสียชีวิตออกไปมากพอที่จะได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สําคัญๆทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องระดับประเทศ ความเชื่อนี้พอจะมีหลักฐานสนับสนุนอยู่บ้าง เหมือนกรณีของ ชาร์ลส์ ชูลซ์ นักเขียนการ์ตูนระดับอภิมหาเศรษฐีผู้สร้างสรรค์การ์ตูนชุ เรื่อง “พีนัทส์” เขาเสียชีวิตก่อนวันที่พิมพ์การ์ตูนตอนสุดท้ายพอดี และการ์ตูนตอนสุดท้ายก็มีจดหมายอําลาที่มีลายเซ็นของเขาอยู่ด้วย นอกจากนี้ ประธานาธิบดี 3 คนของอเมริกา ได้แก่ จอห์น อดัมส์ โทมัส เจฟเฟอร์สัน และเจมส์ มอนโร ล้วนเสียชีวิตในวันที่ 4 กรกฎาคม ก่อให้เกิดความเป็นไปได้ที่น่าทึ่งยิ่งขึ้นไปอีกว่าพวกเขาอาจกัดฟันยื้อชีวิตเอาไว้จนถึงวันฤกษ์งามยามดีสําหรับการเสียชีวิต


ในการศึกษาครั้งหนึ่ง ฟิลลิปส์ได้ทดสอบว่าคนเรามีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตหลังวันหยุดประจําชาติหรือเปล่า แต่คงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ที่จะพิจารณาอัตราการเสียชีวิตก่อนและหลังวันคริสต์มาสในทันที เพราะการเสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นอาจมีสาเหตุมาจากอุณหภูมิที่ลดลงตลอดเดือนธันวาคมก็ได้ ยูฟ่าเบท แทนที่ฟิลลิปส์จะพยายามทําการศึกษาด้วยการชักชวนคนทั้งประเทศให้หันมาฉลองวันคริสต์มาสในเดือนอื่นๆ เขากลับมองหาเทศกาลระดับชาติอีกเทศกาลหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไปทุกปี สุดท้ายเขาก็ค้นพบเทศกาลไหว้พระจันทร์ของชาวจีน

ในงานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นตามธรรมเนียมดั้งเดิมนี้ สตรีสูงอายุในครอบครัวจะสั่งให้ลูกสาวตระเตรียมอาหารอย่างพิถีพิถัน เทศกาลนี้จะมีขึ้นไม่ซ้ําวันในแต่ละปี การตรวจสอบประวัติการเสียชีวิตของชาวจีนในช่วงเทศกาลดังกล่าวพบว่า อัตราการเสียชีวิตจะลดลง 35 เปอร์เซ็นต์ในสัปดาห์ก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์ และพุ่งขึ้นสูงสุดในสัปดาห์หลังเทศกาลด้วยตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน

หนึ่งในการศึกษาครั้งใหญ่สุดของฟิลลิปส์ก็คือการทดสอบว่าวันเกิดของคนเรามีอิทธิพลต่อวันเสียชีวิตหรือไม่ ฟิลลิปส์วิเคราะห์ใบมรณบัตรของประชาชนเกือบ 3 ล้านคนในรัฐแคลิฟอร์เนียระหว่างปี 1969-1990 เขาพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตในสัปดาห์หลังวันเกิดมากกว่าสัปดาห์อื่นๆของปี ในทางกลับกัน ผู้ชายมีแนวโน้มเสียชีวิตในสัปดาห์ก่อนวันเกิดของตัวเอง ฟิลลิปส์มองว่าอาจเป็นเพราะผู้หญิงมักมองว่าวันเกิดเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ขณะที่ผู้ชายมีแนวโน้มจะมองว่าวันเกิดเป็นโอกาสในการทบทวนชีวิต เมื่อตระหนักว่าตัวเองประสบความสําเร็จน้อยเพียงใด สุดท้ายก็เกิดความเครียดและมีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้น

ตามความเห็นของฟิลลิปส์นั้น การค้นพบครั้งนี้ไม่ได้มีสาเหตุจากความผันผวนตามฤดูกาล การแจ้งข้อมูลเท็จในใบมรณบัตร การผัดผ่อนการผ่าตัดที่เสี่ยงชีวิต หรือการฆ่าตัวตาย แต่เขาคิดว่าข้อมูลนี้สนับสนุนแนวคิดที่ว่าคนบางคน “เต็มใจ” ที่จะมีชีวิตยืนยาวขึ้นหรือไม่ก็หั่นชีวิตของตัวเองให้สั้นลง

แนวคิดนี้จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งขึ้น แถมยังทําให้เกิดการโต้เถียงกันตามมาอย่างมากมายอีกด้วย” นักวิจัยบางส่วนทําการทดลองซ้ำและพบแบบแผนเดียวกับฟิลลิปส์ ขณะที่นักวิจัยอีกส่วนหนึ่งกลับไม่ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันหรือไม่ก็โจมตีวิธีที่ใช้ในการศึกษาของเขา อย่างไรก็ตาม แนวคิดที่บอกว่าปัจจัยทางจิตวิทยามีอิทธิพลต่อสุขภาพร่างกายก็พอจะมีหลักฐานสนับสนุนอยู่บ้าง

ตัวอย่างเช่น นักวิจัยกลุ่มหนึ่งได้ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างวิธีการมองโลกกับความมีอายุยืนของผู้ชายชาวฟินแลนด์ 2,000 คนเมื่อปี 1996 ทีมงานได้แบ่งประเภทของผู้เข้าร่วมการศึกษาออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม “มองโลกในแง่ร้าย” ซึ่งคาดเดาว่าอนาคตของตัวเองจะมืดมน กลุ่ม “มองโลกในแง่ดี” ซึ่งคาดหวังว่าอนาคตจะออกมาดี และกลุ่ม “มองโลกอย่างเป็นกลาง” ซึ่งไม่ได้คาดหวังว่าอนาคตจะดีหรือแย่เป็นพิเศษ จากนั้นพวกเขาก็เฝ้าติดตามคนทั้ง 3 กลุ่มเป็นเวลา 6 ปี และพบว่ากลุ่ม “มองโลกในแง่ร้าย” มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง โรคหัวใจ รวมถึงอุบัติเหตุสูงกว่ากลุ่ม “มองโลกอย่างเป็นกลาง” มาก แต่ที่สําคัญคือกลุ่ม “มองโลกในแง่ดี” มีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าทั้งสองกลุ่มอย่างชนิดที่เทียบกันไม่ได้เลย

ฟิลลิปส์ไม่ใช่นักวิจัยเพียงคนเดียวที่สํารวจตรวจสอบปัจจัยแปลกๆซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อช่วงเวลาที่ยมทูตจะมาพรากวิญญาณของเราไป บทความซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Review of Economics and Statistics เมื่อปี 2003 ได้สํารวจว่าภาระทางภาษีมีอิทธิพลต่อวันเสียชีวิตของคนเราหรือไม่โดยวอยเชค คอปชุค จากมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย และโจล สเลมร็อด จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ตั้งข้อสงสัยว่าคนเราอาจเสียชีวิตในช่วงเวลาที่เอื้อประโยชน์ทางการเงินต่อคนใกล้ตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้

พวกเขาพยายามหาคําตอบว่าข้อสงสัยดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่โดยวิเคราะห์จากการแจ้งตายในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญกับระบบภาษีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 13 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มมีการใช้ระบบภาษีครั้งแรกเมื่อปี 1916 ในจํานวนนี้มี 8 ครั้งที่เป็นการเพิ่มอัตราภาษีและมี 5 ครั้งที่เป็นการลดภาษี โดยจะมีการเว้นช่วงประมาณ 1 สัปดาห์นับตั้งแต่สื่อมวลชนเริ่มรายงานเรื่องความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจนกระทั่งกฎหมายมีผลบังคับใช้ เมื่อนักวิจัยได้วิเคราะห์อัตราการเสียชีวิตในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนและหลังความเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งแล้ว พวกเขาก็พบว่าอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการขึ้นภาษีและอัตราการเสียชีวิตลดลงในช่วงหลังการลดภาษี ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าคนบางคนอาจ “ตายเพื่อลดการเสียภาษี” ซึ่งเป็นชื่อของรายงานฉบับนี้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่คําอธิบายเพียงอย่างเดียวสําหรับการค้นพบดังกล่าว เพราะผู้ที่แจ้งตายคือญาติมิตรที่มีแนวโน้มจะได้รับมรดกจากทรัพย์สมบัติของผู้ตาย พวกเขาจึงมีแรงจูงใจอย่างเต็มเปี่ยมที่จะลดภาระการเสียภาษีของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากผู้คนที่ปลอมแปลงวันเสียชีวิตของบุคคลอันเป็นที่รักซึ่งมีฐานะร่ำรวย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจเป็นการฆาตกรรมก็ได้