จิตวิทยาว่าด้วยเรื่องของการโกหกอายุกับปรากฏการณ์เกาะกระแสความโด่งดัง

จิตวิทยาว่าด้วยเรื่องของการโกหกอายุ

จิตวิทยาว่าด้วยเรื่องของการโกหกอายุกับปรากฏการณ์เกาะกระแสความโด่งดัง: ระบบภาษีของอเมริกาถูกออกแบบมาให้ครอบครัวที่มีลูกเกิดในวันที่ 31 ธันวาคมได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสําหรับช่วง 12 เดือนก่อนหน้านั้น ufabet ส่วนครอบครัวที่มีลูกเกิดในวันที่ 1 มกราคมจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ที่มีกําหนดคลอดลูกในช่วงปลายปีจึงมีแรงจูงใจทางการเงินอย่างมหาศาลที่จะทําให้ลูกของตนลืมตาดูโลกก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 31 ธันวาคม ถึงแม้พ่อแม่จะไม่สามารถกําหนดวันคลอดตามธรรมชาติได้อย่างแม่นยํา แต่พวกเขาก็สามารถปรับเปลี่ยนวันคลอดลูกได้ด้วยการเร่งให้คลอดหรือใช้วิธีผ่าตัด

จิตวิทยาว่าด้วยเรื่องของการโกหกอายุ

จิตวิทยาว่าด้วยเรื่องของการโกหกอายุ

พ่อแม่พยายามปรับเปลี่ยนวันคลอดลูกเพียงเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจริงหรือไม่ สเตซี่ ดิกเกิร์ต-คอนลิน จากมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ และอามิตาบห์ จันทรา จากมหาวิทยาลัยเคนทักกี พยายามหาคําตอบด้วยการวิเคราะห์อัตราการเกิดของคนอเมริกันระหว่างปี 1979 19931 พวกเขาพุ่งเป้าไปที่ 7 วันสุดท้ายของเดือนธันวาคมและ 7 วัน แรกของเดือนมกราคม ปรากฏว่าตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันและเห็นได้ชัดตอนปลายเดือนธันวาคมของทุกปี ยกเว้นเพียงปีเดียวเท่านั้น


นักวิชาการทั้งสองคนจึงพยายามเจาะลึกลงไปเพื่อหาคําตอบว่า รูปแบบอันแปลกประหลาดนี้มีสาเหตุจากการที่พ่อแม่พยายามเพิ่มผลประโยชน์ของตัวเองหรือไม่ พวกเขาวิเคราะห์รายละเอียดของ 200 ครอบครัวซึ่งคลอดลูกในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนและหลังวันที่ 1 มกราคม และได้ตัวเลขมา 2 ตัว นั่นคือสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการคลอดลูกในเดือนธันวาคม ยูฟ่าเบท และสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการคลอดลูกในเดือนมกราคม ผลการวิเคราะห์พบว่าครอบครัวที่คลอดลูกในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมจะมีข้อได้เปรียบทางการเงินมากกว่าครอบครัวที่คลอดลูกในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมอย่างเห็นได้ชัด นี่เป็นหลักฐานทางสถิติที่น่าสนใจซึ่งตอกย้ำว่าพ่อแม่พยายามควบคุมวันคลอดลูกเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินนั่นเอง

แน่นอนว่ามีหนทางอื่นที่ง่ายกว่าการเลื่อนวันคลอดลูกโดยไม่จําเป็นต้องเร่งให้คลอดหรือผ่าตัดเลย วิธีนั้นก็คือการโกหกยังไงล่ะ)

ลูซิลล์ บอลล์ นักแสดงหญิงชาวอเมริกันเคยพูดไว้จนเป็นที่โด่งดังไปทั่วว่า เคล็ดลับของการคงความสาวสะพรั่งอยู่เสมอก็คือ “ใช้ชีวิตอย่างซื่อตรง ทานอาหารช้าๆ และโกหกอายุของตัวเอง” แน่นอนว่าเธอคงรู้เคล็ดลับนี้เป็นอย่างดีเลย เพราะวันเกิดที่แท้จริงของเธอคือวันที่ 6 สิงหาคม 1911 แต่ตลอดเวลาที่อยู่ในวงการมายา เธอบอกว่าตัวเองเกิดปี 1914 อยู่เสมอ

บอลล์ไม่ใช่ตํานานฮอลลีวูดเพียงคนเดียวที่โกหกอายุของตัวเอง แนนซี่ เรแกน เองก็อ้างว่าตัวเองอ่อนกว่าอายุที่แท้จริงถึง 2 ปี จนถึงขั้นตีพิมพ์วันเกิดปลอมลงไปในหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเอง ด้านเกรซี่ อัลเลน ดาราตลกของฮอลลีวูดก็เก็บอายุของตัวเองไว้เป็นความลับ ถึงขั้นที่จอร์จ เบิร์นส์ ผู้เป็นสามีและเป็นดาราตลกเหมือนกันยังไม่รู้วันเกิดที่แท้จริงของเธอด้วยซ้ำ แหล่งข้อมูลหลายแห่งบอกว่าอัลเลนเกิดในวันที่ 26 กรกฎาคมปี 1894, 1895, 1897, 1902 หรือไม่ก็ 1906 อัลเลนยืนยันมาตลอดชีวิตว่าสูติบัตรของเธอถูกทําลายไปจากเหตุแผ่นดินไหวในเมืองซานฟรานซิสโกเมื่อปี 1906 ถึงแม้แผ่นดินไหวครั้งนั้นจะเกิดขึ้นก่อนวันเกิดที่เธออ้างไว้ไม่กี่เดือนก็ตาม เมื่ออัลเลนถูกถามถึงประเด็นนี้ เธอก็ตอบอ้อมแอ้มไปว่า “เอ่อ ก็มันเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มากเลยนี่นา”

ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหาคําอธิบายทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมตุกติกเล็กๆน้อยๆทํานองนี้ในสังคมที่ให้ความสําคัญอย่างมากกับความอ่อนเยาว์นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจํานวนมากอยากดูเด็กกว่าความเป็นจริง แต่บรรดาผู้ทรงเกียรติในแวดวงสังคมซึ่งขึ้นชื่อว่ามีความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาจะโกหกเรื่องวันเกิดของตัวเองมากพอๆกันหรือเปล่า

ศาสตราจารย์อัลเบิร์ต แฮร์ริสัน จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิสและเพื่อนร่วมงานของเขาพยายามหาคําตอบนี้โดยศึกษาข้อมูลชีวประวัติของคนดังกว่า 9,000 ชิ้นในหนังสือชุด Who’s Who และ Who Was Who จากนั้นก็นับจํานวนคนที่เกิดในวันสําคัญๆของอเมริกา ได้แก่ วันชาติ (4 กรกฎาคม) วันคริสต์มาส (25 ธันวาคม) และวันขึ้นปีใหม่ (1 มกราคม) หรือไม่ก็เกิดในช่วง 3 วันก่อนและหลังวันเหล่านี้

เมื่อพิจารณาจากหลักความน่าจะเป็นแล้ว จํานวนคนมีชื่อเสียงที่เกิดในวันสําคัญเหล่านี้น่าจะมีสัดส่วนมากพอๆกับแต่ละวันในช่วง 3 วันก่อนและหลัง แต่ปรากฏว่าจํานวนคนที่เกิดในวันสําคัญกลับมากกว่าถึง 100 เท่าเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าผู้มีชื่อเสียงจํานวนไม่น้อยปลอมแปลงวันเกิดในชีวประวัติให้ตรงกับวันสําคัญของชาติ

ปรากฏการณ์เกาะกระแสความโด่งดัง (Basking In Reflected Glory)

ปรากฏการณ์เกาะกระแสความโด่งดัง (Basking In Reflected Glory)

แฮร์ริสันเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกกันว่า “ปรากฏการณ์เกาะกระแสความโด่งดัง (Basking In Reflected Glory)” หรือที่เรียกกันย่อๆว่า ปรากฏการณ์ “บีไออาร์จี”

ปรากฏการณ์บีไออาร์จีนั้นสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เรามักได้ยินผู้คนประกาศออกมาอย่างภาคภูมิใจว่าตัวเองเคยเรียนในโรงเรียนเดียวกับคนดัง หรือไม่ก็บอกว่าตัวเองเป็นคนกลุ่มแรกๆที่ได้ไปดูภาพยนตร์ที่ชนะรางวัลออสการ์ (หรือไม่ก็พูดทํานองว่า “ลองเดาสิครับว่าเมื่อวานนี้ผมรับใครขึ้นมาบนรถแท็กซี่”) นอกจากนี้มันยังมีอิทธิพลต่อวิธีการสื่อสารในชีวิตประจําวันของเราอีกด้วย ufabet โดยนักจิตวิทยาที่แอบศึกษาการสนทนาตามมหาวิทยาลัยต่างๆได้สังเกตเห็นความแตกต่างใหญ่หลวงมในความคิดเห็นของนักศึกษาเมื่อทีมอเมริกันฟุตบอลของพวกเขาได้รับชัยชนะหรือพ่ายแพ้ พวกเขามักเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับทีมเมื่อได้รับชัยชนะ (“เราชนะ”) และมักดึงตัวเองออกห่างเมื่อประสบความพ่ายแพ้ (“พวกเขาแพ้”)

แฮร์ริสันเชื่อมั่นว่าบรรดาคนรวยและคนมีชื่อเสียงปลอมแปลงวันเกิดของตัวเองให้ตรงกับวันสําคัญเพื่อเกาะกระแสเช่นกัน เหมือนกรณีของนักดนตรีแจ๊สชื่อก้องโลกอย่างหลุยส์ อาร์มสตรอง ซึ่งอ้างว่าตัวเองเกิดวันที่ 4 กรกฎาคม แต่นักประวัติศาสตร์ดนตรีชื่อ แท็ด โจนส์ ได้ตรวจสอบประวัติการเกิดของอาร์มสตรองและพบว่าจริงๆแล้วเขาเกิดวันที่ 4 สิงหาคมต่างหาก

แฮร์ริสันและทีมงานพยายามทดสอบปรากฏการณ์บีไออาร์จีในหนังสือชีวประวัติชุด Who’s Who และ Who Was Who ต่อไป โดยพุ่งความสนใจไปยังอาชีพที่เชื่อมโยงกับหนึ่งในวันสําคัญเหล่านั้นมากที่สุดนั่นคือ นักบวชกับวันคริสต์มาส พวกเขาทบทวนข้อมูลที่ได้มาและแบ่งนักบวชออกเป็น 2 กลุ่ม “นักบวชที่มีชื่อเสียง” คือผู้ที่มีตําแหน่งตั้งแต่บิชอปขึ้นไป ส่วน “นักบวชที่ไม่มีชื่อเสียง” ก็คือบาทหลวงคนอื่นๆ

เมื่อพิจารณาจากหลักความน่าจะเป็นเพียงอย่างเดียว ทั้งสองกลุ่มน่าจะมีเปอร์เซ็นต์ของนักบวชที่เกิดในวันคริสต์มาสมากพอๆกัน แต่ความจริงแล้วกลุ่มนักบวชที่มีชื่อเสียงกลับอ้างว่าเกิดวันเดียวกับพระเยซูมากกว่ากลุ่มนักบวชที่ไม่มีชื่อเสียงอย่างเห็นได้ชัด คําอธิบายที่เป็นไปได้สําหรับกรณีนี้คือ ยิ่งคุณมีตําแหน่งสูงมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งรู้สึกถึงความจําเป็นที่จะต้องเข้าใกล้พระเยซูมากขึ้นเท่านั้น

บางทีเราอาจจะใจร้ายกับบรรดาคนดังมากเกินไปก็ได้ เพราะพ่อแม่บางคนก็กระตือรือร้นอยากเห็นลูกของตัวเองเจริญรุ่งเรืองในชีวิตจน ถึงขั้นจงใจแจ้งวันเกิดเท็จให้ลูกเพื่อเป็นสิริมงคล โรงพยาบาลสมัยใหม่ทําให้การปลอมแปลงวันเกิดเป็นเรื่องยาก แต่ในอดีตพ่อแม่ต้องเดินทางไปแจ้งเกิดกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นด้วยปากเปล่า การโกงวันเกิดจึงเป็นเรื่องง่ายมาก แม่ของนักเขียนเรื่องลึกลับชื่อดังอย่าง จอร์จ ซิเมอนง สารภาพว่าตัวเองปลอมแปลงวันเกิดบุตรชายด้วยเหตุผลดังกล่าว โดยแจ้งว่าลูกของเธอเกิดก่อนวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 1903 เป็นเวลา 1 วัน เพราะเธอคิดว่าวันศุกร์ที่ 13 “จะทําให้โชคชะตาของลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกต้องเผชิญกับความลําเค็ญมากเกินไป”

ถ้าหากคําอธิบายนี้มีหลักฐานสนับสนุนมากพอ เราก็ไม่ควรด่วนสรุปว่านักบวชที่มีชื่อเสียงมีแนวโน้มจะโกหกมากกว่านักบวชที่ไม่มีชื่อเสียง เพราะพ่อแม่ของนักบวชที่มีชื่อเสียงต่างหากล่ะที่อาจเป็นต้นเหตุของการหลอกลวงทั้งหมดก็ได้ นี่อาจเป็นตัวอย่างที่สนับสนุนคําสอนในคัมภีร์ไบเบิลได้ชัดเจนที่สุด นั่นคือบาปของพ่อย่อมตกมาถึงลูกชายด้วย