ความโชคดีและโชคร้ายเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า?

ความโชคดีและโชคร้ายเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า?

คุณเป็นคนโชคดีหรือโชคร้าย ทําไมคนบางคนถึงดูเหมือนอยู่ถูกที่ถูกเวลาตลอด ขณะที่คนอื่นกลับเป็นตัวดึงดูดแต่เรื่องร้ายๆ แล้วคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองได้หรือไม่ ยูฟ่าเบท คําถามเหล่านี้กระตุ้น ให้เกิดการค้นหาคําตอบตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยลงมือศึกษาวิจัยในเรื่องจิตวิทยาแห่งโชคลาภ สุดท้ายก็ได้มีการค้นพบคนที่โชคดีสุดๆและคนที่โชคร้ายสุดๆมาร่วมในงานวิจัยกว่า 1,000 คนจากทุกสาขาอาชีพ

ความโชคดีและโชคร้ายเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า?

ความแตกต่างระหว่างชีวิตของคนโชคดีกับคนโชคร้ายนั้นทั้งชัดเจนและน่าฟัง คนโชคดีมักจะอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ แถมยังทําเรื่องที่ดูเป็นไปไม่ได้จนสําเร็จ และมีความสามารถอันน่าอัศจรรย์ในการสร้างชีวิตที่ ยอดเยี่ยมจนน่าอิจฉา ส่วนคนโชคร้ายนั้นอยู่ในขั้วตรงข้ามเลยก็ว่าได้ ชีวิตของพวกเขามีแต่ความล้มเหลวและความสิ้นหวัง พวกเขาปักใจเชื่อว่าเคราะห์หามยามร้ายที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากตัวเอง

หนึ่งในคนที่ โชคร้ายที่สุดก็คือ ซูซาน ผู้ช่วยดูแลคนชราวัย 34 ปีจากเมืองแบล็กพูล ซูซานไม่มีดวงเรื่องความรักเลย เธอเคยจะไปลองนัดบอดกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่เขากลับประสบอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซค์ระหว่างเดินทางมาตาม นัดจนขาหักทั้งสองข้าง ส่วนคู่เดตคนต่อมาก็เดินชนประตูกระจกจนจมูกหัก ไม่กี่ปีให้หลังเธอก็พบชายหนุ่มที่อยากร่วมหอลงโรงด้วย ยูฟ่าเบท แต่โบสถ์ที่เธอจะใช้จัดงานแต่งกลับถูกลอบวางเพลิงหนึ่งวันก่อนถึงวันสําคัญพอดี นอกจากนี้ ซูซานยังโชคร้ายเรื่องอุบัติเหตุอย่างเหลือเชื่ออีกด้วย โดยในครั้งที่เคราะห์ร้ายที่สุดนั้น เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ถึง 8 ครั้งในระหว่างการเดินทางแค่ 80 กิโลเมตร

ความโชคดีและโชคร้ายเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า? หรือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาจะเป็นต้นเหตุที่ทําให้ชีวิตของคนเราแตกต่างกันมากขนาดนี้ ดังนั้นจึงได้มีการออกแบบการทดลองเพื่อทดสอบแนวคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยในการศึกษาที่น่าประทับใจครั้งหนึ่งได้มีการมอบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งให้แก่อาสาสมัคร จากนั้นก็ขอให้พวกเขาอ่านหนังสือพิมพ์จนจบแล้วบอกผมว่าในนั้นมีรูปถ่ายอยู่กี่รูป แต่สิ่งที่ไม่ได้บอกพวกเขาก็คือพวกเขาได้รับมอบโอกาสอันไม่คาดฝันอยู่ตรงหน้ากลางของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้

“โอกาส” ดังกล่าวมีขนาดครึ่งหน้ากระดาษและเป็นข้อความตัวมหึมาว่า “รับเงินรางวัล 100 ปอนด์ด้วยการบอกผู้ดําเนินการทดลองว่าคุณเห็นข้อความนี้” ปรากฏว่าคนโชคร้ายมักจะให้ความสําคัญกับการนับจํานวนรูปถ่ายจนมองไม่เห็นโอกาสที่ว่านี้ ในทางกลับกัน คนโชคดีจะผ่อนคลายมากกว่าและรู้จักมองภาพรวมมากกว่า จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะคว้าเงินรางวัล 100 ปอนด์ นี่เป็นตัวอย่างง่ายๆที่แสดงให้เห็นว่าคนโชคดีสามารถสร้างโชคลาภให้ตัวเองด้วยการฉกฉวยประโยชน์จากโอกาสที่ไม่คาดฝันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ผลลัพธ์ทํานองนี้เผยให้เห็นว่า อาสาสมัครสร้างโชคดีและโชคร้ายขึ้นมาจากการคิดและการกระทําของตัวพวกเขาเอง คนโชคดีจะมองโลกในแง่ดี กระตือรือร้น และเปิดกว้างต่อโอกาสและประสบการณ์ใหม่ๆ ในทางตรงกันข้าม คนโชคร้ายจะเก็บเนื้อเก็บตัว งุ่มง่าม และวิตกกังวลกับชีวิตมากกว่า อีกทั้งยังไม่เต็มใจจะฉกฉวยประโยชน์จากโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของตัวเองอีกด้วย

แต่งานวิจัยยุคหลังๆได้หันมาตรวจสอบสุภาษิตโบราณที่ว่า “แข่งบุญแข่งวาสนากันไม่ได้” นั้นมีความจริงซ่อนอยู่บ้างหรือไม่? โครงการนี้มีต้นตอมาจากศาสตราจารย์จายันติ โชไท นักวิจัยจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในเมืองอูเมียวของสวีเดน

โดยจายันติสนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวันเกิดของคนเรากับสุขภาพทางร่างกายและจิตใจในด้านต่างๆ ในการศึกษาครั้งหนึ่งของเขา จายันติได้ขอให้กลุ่มคนประมาณ 2,000 คนทําแบบสอบถามเพื่อประเมินว่าพวกเขามองตัวเองเป็นคนแสวงหาความตื่นเต้นมากแค่ไหน จากนั้นก็ดูว่ามีความสัมพันธ์ใดๆระหว่างคะแนนจากแบบสอบถามกับเดือนเกิดของพวกเขาหรือไม่? การแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่และความ ตื่นเต้นถือเป็นแง่มุมพื้นฐานในบุคลิกภาพของคนเรา คนที่แสวงหาความตื่นเต้นไม่สามารถนั่งชมภาพยนตร์ที่เคยดูมาแล้วได้ พวกเขาชอบอยู่ท่ามกลางผู้คนประเภทที่คาดเดาไม่ได้ และคลั่งไคล้กีฬาผาดโผนอย่างการปีนเขาหรือกระโดดบันจี้จัมพ์

ในทางตรงกันข้าม คนที่ไม่แสวงหาความตื่นเต้นจะชอบดูภาพยนตร์เรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชอบอยู่กับเพื่อน เก่าๆที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยและสบายใจ และไม่ชอบไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน ผลการศึกษาของจายันติแสดงให้เห็นว่า ufabet ผู้แสวงหาความตื่นเต้นมีแนวโน้มที่จะเกิดในฤดูร้อน ส่วนพวกที่สบายใจเมื่อได้อยู่กับสิ่ง ที่คุ้นเคยมีแนวโน้มที่จะเกิดในฤดูหนาว

ผลการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาของจายันติแสดงให้เห็นว่า เดือนเกิดของคนเรามีความสัมพันธ์กับบุคลิกภาพจริงๆแต่เป็นความสัมพันธ์แบบผิวเผิน ถ้าต้องการตรวจจับความสัมพันธ์อันผิวเผินขนาดนั้นก็ต้องทําการทดลองกับคนหลายพันคนซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน เพราะแค่ทําการทดลองกับนักศึกษาไม่กี่ร้อยคนก็ยุ่งยากพออยู่แล้ว แต่นี่ต้องทําการทดลองกับผู้คนจากทุกสาขาอาชีพนับพันๆคน หากต้องการค้นพบสิ่งที่กําลังมองหาอยู่จริงๆ แต่โชคยังดีที่ความช่วยเหลือนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมเลย

เทศกาลวิทยาศาสตร์นานาชาติเอดินบะระในประเทศสกอตแลนด์ เป็นหนึ่งในเทศกาลวิทยาศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปอีกด้วย ถ้าจายันติทําให้การทดลองกลายเป็น ส่วนหนึ่งของเทศกาลนี้ได้ก็น่าจะมีโอกาสดึงดูดผู้คนจํานวนมากให้เข้าร่วมในการทดลองได้ตามที่ต้องการเช่นกัน ปรากฏว่าผู้จัดเทศกาลเปิดไฟเขียวอนุญาตเต็มที่ จายันติจึงสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาให้ผู้คนกรอกวันเดือนปีเกิดของตัวเอง จากนั้นก็ตอบแบบสอบถามที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อประเมินโชคลาภของพวกเขา

การทดลองกับสาธารณชนกลุ่มใหญ่นั้นควบคุมและคาดการณ์ได้ยากเสมอเพราะมันไม่เหมือนกับการศึกษาวิจัยในห้องทดลอง คุณจะมีโอกาสลงมือทําอย่างถูกต้องเพียงครั้งเดียว และคุณไม่มีวันรู้เลยว่าผู้คนจะยอมสละเวลามาเข้าร่วมการทดลองหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม การศึกษาของเราสามารถกระตุ้นจินตนาการและดึงดูดผู้คนได้มากมาย เว็บไซต์แห่งนี้แพร่หลายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วและมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมนับพันคนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดให้ใช้ เมื่อเทศกาลนี้ปิดฉากลง เขาก็สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า 40,000 คนเลยทีเดียว

2ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมาก จายันติพบว่าคนที่เกิดในช่วงฤดูร้อนจะชื่นชอบการเสี่ยงภัย ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าคนที่เกิดในฤดูร้อน (มีนาคม-สิงหาคม) จะให้คะแนนตัวเองว่ามีความโชคดีมากกว่าคนที่เกิด ในฤดูหนาว (กันยายน-กุมภาพันธ์) ระดับความโชคดีของผู้คนตลอดทั้ง 12 เดือนมีลักษณะเป็นระลอกคลื่น โดยจุดสูงสุดอยู่ที่เดือนพฤษภาคม และจุดต่ำสุดอยู่ที่เดือนตุลาคม มีเพียงเดือนมิถุนายนเท่านั้นที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความผิดพลาดทางสถิติเสียมากกว่า

ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีคําอธิบายที่เป็นไปได้มากมาย และคําอธิบายส่วนใหญ่ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิดที่ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวนั้นต่ำกว่าในฤดูร้อน บางที่เด็กที่เกิดในฤดูหนาวอาจต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายมากกว่าเด็กที่เกิดในฤดูร้อน พวกเขาจึงต้องใกล้ชิดกับผู้เลี้ยงดูมากกว่า ส่งผลให้ไม่ค่อยชื่นชอบการผจญภัย จึงมีโอกาสพบกับความโชคดีน้อยกว่า หรือไม่ผู้หญิงที่คลอดลูกในฤดูหนาวก็อาจได้ทานอาหารที่แตกต่างจากแม่ที่คลอดลูกในฤดูร้อน และส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพของลูกในท้อง แต่ไม่ว่าจะเป็นคําอธิบายแบบไหนก็ตาม ปรากฏการณ์นี้ก็ถือว่าน่าทึ่งอย่างมาก ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิในช่วงเวลาที่คนเราเกิดส่งผลระยะยาวต่อพัฒนาการของบุคลิกภาพมากแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะยอมรับคําอธิบายเรื่องอุณหภูมิทั้งหลายแหล่ที่ว่ามา ก็ยังมีความจําเป็นต้องปฏิเสธปัจจัยอื่นๆที่อาจเป็นไปได้เสียก่อน เพราะ บรรดาผู้สนับสนุนหลักโหราศาสตร์อาจโต้แย้งว่าการกระทําของดวงดาวส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพของคนเรา โดยการเรียงตัวของดาวเคราะห์และดวงดาวต่างๆในช่วงฤดูร้อนจะเกื้อหนุนให้ชีวิตเจอกับเรื่องโชคดีมากกว่า

หนทางเดียวที่จะหักล้างข้อโต้แย้งดังกล่าวก็คือ ต้องทำการทดลองซ้ำในสถานที่ซึ่งอุณหภูมิมีความสัมพันธ์กับเดือนต่างๆในลักษณะที่ต่างออกไป ถ้าหากคําอธิบายเรื่องอุณหภูมิถูกต้อง นั่นหมายความว่าเดือนที่มีอากาศอบอุ่นกว่าน่าจะทําให้คนเราเกิดมาโชคดีมากกว่า แต่ถ้าคําอธิบายทางโหราศาสตร์ถูกต้อง นั่นแสดงว่าเดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม และเดือนอื่นๆ น่าจะเป็นเดือนที่ทําให้คนเราเกิดมาโชคดี

ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับเดือนต่างๆในซีกโลกใต้และซีกโลกเหนือนั้นเรียกว่าตรงข้ามกันเลยก็ว่าได้ โดยในซีกโลกเหนือจะมีอากาศร้อนในเดือนมิถุนายนและมีอากาศเย็นในเดือนธันวาคม ส่วนซีกโลกใต้จะตรงข้ามกัน โดยเดือนมิถุนายนเป็นฤดูหนาวและเดือนธันวาคมเป็นฤดูร้อนเจิดจ้า ด้วยเหตุนี้เองจายันติจึงได้ตัดสินใจทําการทดลองซ้ำที่อีกฟากหนึ่งของโลก

เมืองดะนีดินตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะใต้ในประเทศนิวซีแลนด์ และเป็นสถานที่จัดเทศกาลวิทยาศาสตร์ซึ่งมีขึ้นทุก 2 ปี สื่อมวลชนของนิวซีแลนด์และออสเตรเลียได้รายงานเกี่ยวกับการ ทดลองครั้งนี้อย่างคึกคัก ส่งผลให้สามารถดึงดูดผู้คนมากมายเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษอีกครั้ง ภายในเวลาไม่กี่วันมีคนเข้ามาเยี่ยมชมกว่า 2,000 คน พวกเขากรอกเดือนเกิดและให้คะแนนความโชคดีของตัวเอง

ผลลัพธ์ที่ออกมาสนับสนุนคําอธิบายเรื่องอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี เพราะคนที่เกิดในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกใต้ (กันยายน-กุมภาพันธ์) มองว่าตัวเองเป็นคนโชคดีมากกว่าคนที่เกิดในช่วงฤดูหนาว (มีนาคม-สิงหาคม) นี่เป็นอีกครั้งที่แผนภูมิปรากฏออกมาเป็นระลอกคลื่น แต่คราวนี้จุดสูงสุดอยู่ในเดือนธันวาคมและจุดต่ำสุดอยู่ในเดือนเมษายน

การทดลองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เดือนเกิดมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนเรา ซึ่งแม้จะเป็นอิทธิพลแบบผิวเผิน แต่ก็มีอยู่จริง อย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยอีกจํานวนหนึ่งซึ่งตรวจสอบปรากฏการณ์ที่ตรงข้ามกัน นั่นคือ พฤติกรรมของคนเรามีอิทธิพลต่อวันเกิดทั้งของตัวเองและของคนอื่นอย่างไร