การพยากรณ์จากดวงดาวว่าด้วยเรื่องของโหราศาสตร์และการทดลอง

การพยากรณ์จากดวงดาวว่าด้วยเรื่องของโหราศาสตร์และการทดลอง

การพยากรณ์จากดวงดาวว่าด้วยเรื่องของโหราศาสตร์และการทดลอง ศาสตราจารย์ฮันส์ ไอเซินค์ ได้ชื่อว่าเป็นนักคิดผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 20 โดยในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่เขาเสียชีวิต เขากลายเป็นนักจิตวิทยาที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดในวารสารและนิตยสารด้านวิทยาศาสตร์เลยทีเดียว ufabet ไอเซินค์มีชื่อเสียงโด่งดังจากคําพูดที่ว่า “ถ้าสิ่งไหนวัดผลไม่ได้แสดงว่าสิ่งนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริง”

เรื่องของโหราศาสตร์และการทดลอง

การพยากรณ์จากดวงดาวว่าด้วยเรื่องของโหราศาสตร์และการทดลอง

เขาทุ่มเทเวลาในการทํางานมากมายเพื่อพยายามประเมินแง่มุมต่างๆของจิตใจ มนุษย์ให้อยู่ในรูปของตัวเลข (รวมถึงพฤติกรรมทางเพศ อารมณ์ศิลปิน อารมณ์ขัน และอัจฉริยภาพ) ซึ่งคนส่วนใหญ่เชื่อว่าอยู่นอกเหนือความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุด น่าจะเป็นผลงานการวิเคราะห์บุคลิกภาพของมนุษย์ และการพัฒนาแบบสอบถามวัดบุคลิกภาพที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในแวดวงจิตวิทยายุคปัจจุบัน

ถ้าอยากเข้าใจการสํารวจตรวจสอบเรื่องโหราศาสตร์ของไอเซินค์ให้แจ่มแจ้ง เราก็จําเป็นต้องทําความเข้าใจผลงานเรื่องบุคลิกภาพของเขาเสียก่อน ไอเซ็นค์ได้ขอให้คนหลายพันคนทําแบบสอบถามเกี่ยวกับตัวพวกเขาเอง จากนั้นก็วิเคราะห์ผลลัพธ์โดยใช้เทคนิคทางสถิติซึ่งออกแบบมาเพื่อเผยให้เห็นถึงมิติสําคัญๆที่ทําให้คนเราแตกต่างกันออกไป ผลลัพธ์ที่ออกมาบ่งชี้ว่าบุคลิกภาพของคนเราไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดเลย

ไอเซินค์กล่าวว่าอันที่จริงแล้วบุคลิกภาพของคนแตกต่างกันไปตามมิติที่สําคัญเพียงไม่กี่แบบ ในจํานวนนี้มีมิติสําคัญที่สุด 2 แบบ ซึ่งเขาเรียกว่า “ความเปิดเผย (extroversion)” และ “ความอ่อนไหวทางอารมณ์ (neuroticism)” แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพของไอเซินค์ (Evsenck ufabet Personality Inventory) ได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อประเมินลักษณะต่างๆของบุคลิกภาพ โดยมีประโยคให้อ่านประมาณ 50 ประโยค จากนั้นให้ผู้ตอบแบบสอบถามพิจารณาว่าแต่ละประโยคบ่งบอกตัวตนของพวกเขาหรือไม่ด้วยการวงกลมคําว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่”

มิติแรกที่ไอเซินค์เรียกว่าความเปิดเผยนั้นหมายถึงระดับความกระตือรือร้นในการดํารงชีวิต คนที่ได้คะแนนในมิตินี้สูงจะถูกเรียกว่า “คนเปิดเผย” พวกเขามักหุนหันพลันแล่น มองโลกในแง่ดี ร่าเริง ชอบอยู่กับคนอื่น แสวงหาความพึงพอใจเพียงชั่ววูบ มีเพื่อนฝูงและคนรู้จักมากมาย และมีแนวโน้มจะนอกใจคนรักมากกว่า ส่วนพวกที่ได้คะแนนต่ำสุด เรียกว่า “คนเก็บตัว” ซึ่งมีความรอบคอบ สงบเสงี่ยม และเก็บอาการได้ดีกว่า พวกเขามักเข้าสังคมกับเพื่อนสนิทกลุ่มเล็กๆ อีกทั้งยังชอบอ่านหนังสือดีๆสักเล่มมากกว่าที่จะออกไปท่องราตรี

คนส่วนใหญ่จะอยู่กึ่งกลางระหว่างบุคลิกภาพทั้งสองขั้วนี้ โดยแบบทดสอบวัดบุคลิกภาพของไอเซ็นค์จะประเมินระดับความเปิดเผย-ความเก็บตัวของคนด้วยการให้พวกเขาอ่านประโยคต่างๆ เช่น “ฉันชอบไปงานเลี้ยงสังสรรค์” และ “ฉันรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คน”

มิติที่สองที่ไอเซินค์เรียกว่าความอ่อนไหวทางอารมณ์นั้นเกี่ยวข้องกับระดับความมั่นคงทางอารมณ์ คนที่ได้คะแนนในมิตินี้สูงมักมีแนวโน้มที่จะวิตกกังวลง่าย มีความภูมิใจในตัวเองต่ำ ตั้งเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงให้ตัวเอง และมักเกิดความรู้สึกมุ่งร้ายหรืออิจฉาตาร้อนอยู่บ่อยๆ ในทางกลับกัน คนที่ได้คะแนนต่ำจะมีความสุขุม ผ่อนคลาย และสามารถฟันฝ่าอุปสรรคได้ดีกว่ามาก พวกเขาเก่งเรื่องการใช้อารมณ์ ขันเพื่อดับความกังวลใจ แถมบางครั้งยังประสบความสําเร็จได้ทั้งๆที่รู้สึกเครียดอย่างมาก แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพของไอเซ็นค์ประเมินระดับความอ่อนไหวทางอารมณ์ด้วยประโยคที่ว่า “ฉันรู้สึกวิตกกังวลกับสิ่งต่างๆ” และ “ฉันรู้สึกเครียดได้ง่าย”

คนตามหลักโหราศาสตร์โบราณ ในบรรดาราศีทั้ง 12 ราศี มีอยู่ 6 ราศีที่เชื่อมโยงกับความเปิดเผย (เมษ เมถุน สิงห์ ตุล ธนู และกุมภ์) ส่วนอีก 6 ราศีเชื่อมโยงกับความเก็บตัว (พฤษภ กรกฏ กันย์ พิจิก มังกร และมีน) ในทํานองเดียวกัน คนที่เกิดใน “ธาตุดิน” (พฤษภ กันย์ และมังกร) จะมีความมั่นคงทางอารมณ์และยึดติดกับความเป็นจริงมากกว่า ส่วนพวกที่เกิดใน “ธาตุน้ำ” (กรกฏ พิจิก และมีน) จะมีความอ่อนไหวทางอารมณ์มากกว่า

เพื่อพิสูจน์ความจริง ไอเซินค์ร่วมมือกับนักโหราศาสตร์ชาวอังกฤษคนหนึ่งที่ได้รับความเคารพยกย่องอย่างสูงชื่อ เจฟฟ์ มาโย ไม่กี่ปีก่อนที่ทั้งคู่จะร่วมมือกัน มาโยได้ก่อตั้งสถาบันโหราศาสตร์มาโยซึ่งดึงดูดผู้สนใจ จากทั่วทุกมุมโลกให้เข้ามาสมัครเรียนกันอย่างล้นหลาม ลูกค้าและนักเรียนกว่า 2,000 คนของมาโยถูกขอให้ระบุวันเกิดของตัวเองและทําแบบทดสอบวัดบุคลิกภาพของไอเซ็นค์ ผู้คนที่เคลือบแคลงสงสัยในวิชาโหรา ศาสตร์คาดว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพของผู้เข้าร่วมการทดลองกับหลักโหราศาสตร์ที่สืบทอดมาแต่โบราณ ในทางตรงกันข้าม ผู้สนับสนุนโหราศาสตร์ก็มั่นใจว่าตําแหน่งดาวเคราะห์ในเวลาตกฟากของคนเราจะใช้ทํานายความคิดและพฤติกรรมของคนได้

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ออกมาสร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดาผู้เคลือบแคลงสงสัยได้ไม่น้อย เพราะมันสอดคล้องกับหลักโหราศาสตร์อย่างเหมาะเจาะ คนที่เกิดในราศีที่มีบุคลิกแบบเปิดเผยได้คะแนนความเปิดเผยสูงกว่าคนอื่นเล็กน้อย ส่วนคนที่เกิดในธาตุน้ำทั้ง 3 ราศีก็ได้คะแนนความอ่อนไหวทางอารมณ์สูงกว่าคนที่เกิดในธาตุดิน จนถึงขั้นที่วารสารโหราศาสตร์ชื่อ Phenomena ufabet ประกาศว่าการค้นพบดังกล่าวอาจจะเป็นความก้าวหน้าครั้งสําคัญที่สุดของวิชาโหราศาสตร์ประจําศตวรรษนี้เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ไอเซินค์เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลเมื่อได้รู้ว่าผู้เข้าร่วมการทดลองมีความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์อย่างแรงกล้าอยู่ก่อนแล้ว พวกเขาส่วนใหญ่รู้ดีอยู่แล้วว่าหลักโหราศาสตร์ทํานายว่าคนที่เกิดในราศีเดียวกับตัวเองเป็นคนอย่างไร เขาจึงสงสัยว่าความรู้เรื่องโหราศาสตร์อาจทําให้ผลการศึกษาคลาดเคลื่อนได้ คําถามก็คือ เป็นไปได้ไหมว่าจริงๆแล้วปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาต่างหากที่ทําให้ผลการทดลองออกมาน่าทึ่งอย่างนี้ไม่ใช่ตําแหน่งดาวเคราะห์ในเวลาตกฟากอย่างที่คิดกัน

ไอเซินค์จึงทําการทดลองเพิ่มเติมอีกสองครั้ง ครั้งแรกมีเด็ก 1,000 คนเข้าร่วมการทดลอง พวกเขาถือเป็นกลุ่มคนที่ไม่น่าจะรู้เรื่องลักษณะบุคลิกภาพของแต่ละราศีมาก่อน คราวนี้ผลลัพธ์ออกมาต่างกันอย่างสิ้นเชิง แถมยังไม่สอดคล้องกับคําทํานายตามหลักโหราศาสตร์เลย ระดับความเปิดเผยและความอ่อนไหวทางอารมณ์ของเด็กๆไม่เกี่ยวข้องกับราศีของพวกเขาแม้แต่น้อย เพื่อให้มั่นใจเต็มร้อย ไอเซินค์จึงทําการศึกษาซ้ำเป็นครั้งที่สองกับผู้ใหญ่ แต่คราวนี้มีการประเมินด้วยว่าพวกเขามีความรู้เรื่องโหราศาสตร์มากแค่ไหน ปรากฏว่าคนที่มีความรู้เรื่องโหราศาสตร์ให้ผลการทดลองสอดคล้องกับคําทํานายในทางตรงกันข้าม พวกที่ไม่มีความรู้กลับให้ผลการทดลองที่ไม่สอดคล้องกัน

ข้อสรุปที่ออกมาจึงชัดเจนที่เดียว ตําแหน่งดาวเคราะห์ในเวลาตกฟากของคนเราไม่ได้มีอิทธิพลอะไรต่อบุคลิกภาพเลย อันที่จริงแล้ว คนจํานวนมากที่รู้เรื่อง ลักษณะบุคลิกภาพตามราศีเกิดจะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นบุคคลประเภทเดียวกับที่หมอดูทํานายไว้11 เมื่อถึงเวลาที่ไอเซ็นค์นําเสนอการค้นพบครั้งนี้ในการประชุมว่าด้วยวิทยาศาสตร์และโหราศาสตร์ ผู้บันทึก ชีวประวัติของเขาก็เขียนเอาไว้ว่า “เกิดความรู้สึกรุนแรงขึ้นในหมู่นักโหราศาสตร์บางคน โดยมองว่าไอเซินค์พยายามตบตาพวกเขาด้วยข้อมูลสนับสนุน แต่แล้วกลับทรยศหักหลังด้วยการเปิดเผยข้อเท็จจริงอันน่า รังเกียจ”

นี่ไม่ใช่ครั้งเดียวที่นักวิจัยค้นพบหลักฐานว่า คนเราสามารถพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นบุคคลแบบที่ควรจะเป็นเพราะในทศวรรษที่ 1950 นั้น นักจิตวิทยาชื่อ กุสตาฟ ยาโฮดา ได้ศึกษาชีวิตของชนเผ่าอาชานติในภาคกลางของประเทศกานา ตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่ดั้งเดิมนั้น เด็กชาวอาชานติทุกคนจะได้รับชื่อทางจิตวิญญาณตามวันที่ตัวเองเกิด แต่ละวันมีความเชื่อมโยงกับลักษณะบุคลิกภาพ โดยเด็กที่เกิดวันจันทร์จะได้รับชื่อว่า ควาดโว (Kwadwo) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเด็กเงียบขรึม เหนียมอาย และรักสงบ ส่วนเด็กที่เกิดวันพุธจะได้รับชื่อว่า ควาคู (Kwaku) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเด็กที่มีความประพฤติไม่ดี ยาโฮดาจึงอยากค้นหาคําตอบว่าการจัดประเภทเด็กตั้งแต่แรกเกิดเช่นนี้จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อภาพที่เด็กชาวอาชานติมองตัวเองและชีวิตของพวกเขาหรือไม่ เขาจึงตรวจสอบประวัติการขึ้นศาลเยาวชนของคนที่เกิดในแต่ละวัน ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ การจัดประเภทเด็กตั้งแต่แรกเกิดส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของพวกเขา โดยเด็กที่ชื่อควาดโวมีประวัติการขึ้นโรงขึ้นศาลน้อยกว่าเด็กที่ชื่อควาคู

การค้นพบของไอเซ็นค์ทําให้ผู้คนนับล้านเลิกเชื่อเรื่องอิทธิพลของดวงดาวหรือเปล่า ขอตอบตรงนี้ละกันว่าไม่เลย ผู้สนับสนุนโหราศาสตร์จํานวนมากกลับโต้แย้งว่าราศีเป็นเครื่องบ่งบอกถึงบุคลิกภาพของคนเราได้เพียงคร่าวๆ โดยจะมีความแม่นยําสูงสุดก็ต่อเมื่อรู้เวลาตกฟากที่เที่ยงตรงแม่นยําเท่านั้น นี่เป็นข้ออ้างที่เรียกความสนใจจากนักวิจัยทั่วโลกได้อย่างมหาศาลเลยที่เดียว