ศาสตร์แห่งวันเกิดนั้นบอกอะไรที่แท้จริงเกี่ยวกับตัวคุณบ้าง

ศาสตร์แห่งวันเกิดนั้นบอกอะไรที่แท้จริงเกี่ยวกับตัวคุณบ้าง

ชีวิตของฆาตกรต่อเนื่องเอามาใช้ทดสอบเรื่องโหราศาสตร์ได้อย่างไร ? คุณเกิดมาโชคดีหรือเปล่า? ทําไมคนรวยกับคนดังถึงชอบโกหกเรื่องวันเกิดของตัวเอง? ทําไมคนบางคนถึงดิ้นรนจะเป็นจะตายเพื่อเลี่ยงภาษี? ยูฟ่าเบท

ศาสตร์แขนงใหม่ว่าด้วยจิตวิทยาแห่งเวลา

ศาสตร์แห่งวันเกิดนั้นบอกอะไรที่แท้จริงเกี่ยวกับตัวคุณบ้าง

เมื่อดูจากตัวเลขชาวอเมริกันประมาณ 100 ล้านคนที่ชอบอ่านคําทํานายดวงชะตาประจําวัน และอีกประมาณ 6 ล้านคนที่ยอมเสียเงินให้หมอดูเพื่อวิเคราะห์ลักษณะนิสัยของตัวเองแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะบอกว่าความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์นั้นไม่มีวันเสื่อมคลาย ไม่เว้นแม้แต่บรรดาผู้นําโลกทั้งหลาย ยูฟ่าเบท ดูอย่างประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน และ แนนซี เรแกน ภรรยาของเขา ก็ชอบดูดวงและยอมให้นักโหราศาสตร์เข้า มามีอิทธิพลต่อชีวิตด้านการเมืองของตัวเองในหลายๆแง่มุมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการกําหนดเวลาประชุมสุดยอดกับนานาประเทศ การออกแถลงการณ์ของประธานาธิบดี รวมไปถึงตารางการบินของแอร์ฟอร์ซวัน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์กลุ่มเล็กๆได้ลงมือตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตกับวันเกิดของคนเรา โดยเข้าไปศึกษาในเรื่องแปลกๆที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาฆาตกรต่อเนื่อง การติดตามการเลี่ยงภาษีของชาวอเมริกันหลายล้านคน การตรวจสอบวันเกิดของนักฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก การเชิญผู้คนมากกว่า 20,000 คนมาประเมินความโชคดีของตัวเองผ่านทางอินเทอร์เน็ต และการขอให้เด็กอายุ 4 ขวบทํานายความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโลก

ผลการศึกษาเหล่านี้สามารถแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากเรื่องที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้น และเผยให้เห็นว่าวันเกิดมีอิทธิพลต่อวิธีคิดและพฤติกรรมของมนุษย์เราในแง่มุมใดบ้าง

นักพยากรณ์กับผลกําไร

นักพยากรณ์กับผลกําไร

สมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร (The British Association for the Advancement of Science) หรือบีเอเอเอสก่อตั้งขึ้นในปี 1831 โดยเซอร์เดวิด บริวสเตอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้โด่งดังชาวสกอตแลนด์ บีเอเอเอสสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้หลายต่อหลายครั้ง อย่างคําว่า “ไดโนเสาร์” ก็มีการใช้กันเป็นครั้งแรกในการประชุมของสมาคมเมื่อปี 1841 อีกทั้งในการประชุมประจําปีเมื่อปี 1860 นักฟิสิกส์ชื่อ เซอร์โอลิเวอร์ ลอดจ์ ก็ได้สาธิตการส่งสัญญาณแบบไร้สายต่อหน้าาธารณชนเป็นครั้งแรกๆของโลก

บทความเรื่องโหราศาสตร์การเงินระบุว่านักโหราศาสตร์บางคนอ้างว่าวันก่อตั้งบริษัทอาจมีอิทธิพลต่อผลประกอบการในอนาคต ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่สําหรับนักลงทุนทั่วโลกเลยทีเดียว คำถามที่มีต่อเรื่องนี้ก็คือ วันก่อตั้งบริษัทสามารถทํานายผลประกอบการได้จริงหรือไม่ และรายงานยอดการทดลองครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม 3 คน ได้แก่ นักโหราศาสตร์การเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนผู้มากประสบการณ์ และเด็กน้อยคนหนึ่ง

ในช่วงเริ่มต้นของการทดลอง จะมีการมอบเงินประมาณ 5,000 ปอนด์ให้แก่ผู้เข้าร่วมการทดลองแต่ละคน แล้วขอให้พวกเขานําเงินก้อนนั้นไปลงทุนซื้อหุ้นที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุดในตลาด จากนั้นก็จะติดตามผลเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อดูว่าใครจะลงทุนได้ฉลาดหลักแหลมมากที่สุด

การเสาะหานักโหราศาสตร์เพื่อเข้าร่วมในการทดลองประเภทนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนักโหราศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเต็มใจให้ใครมาทดสอบคําทํานายของตัวเองสักเท่าไหร่ แต่ถึงแม้จะสนใจก็แทบไม่มีใครยอมรับเงื่อนไขในการทดลองทางวิทยาศาสตร์เลยสักคน แต่ก็ปรากฎว่ามีนักโหราศาสตร์การเงินคนหนึ่งซึ่งเห็นว่าการทดลองนี้น่าสนุกดี แถมยังใจกล้าพอจะรับคําท้าด้วย

หนูทดลองอีกสองตัวก็คือผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่ยินดีจะเข้าร่วมการทดลองด้วย จากนั้นก็เป็นเด็กหญิงวัย 4 ขวบจากชานกรุงลอนดอนซึ่งไม่ประสีประสาเรื่องการลงทุนเลยแม้แต่นิดเดียว สมาชิกการทดลองนี้จึงครบถ้วนในที่สุด โดยมีบริษัทลงทุนชั้นนําของอังกฤษอย่างบาร์เคลย์ส ยูฟ่าเบท สต๊อกโบรกเกอร์ส ตอบรับที่จะทําหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในการแข่งขันครั้งนี้

ในบรรดาบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 100 แห่งแรกของสหราชอาณาจักร ได้มีการอนุญาตให้อาสาสมัครทั้ง 3 คนใช้เงินลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทใดก็ได้ โดยนักโหราศาสตร์การเงินได้ตรวจสอบวันก่อตั้งบริษัทอย่างละเอียด จากนั้นก็ทุ่มเงินซื้อหุ้นของบริษัทจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ซึ่งรวมถึงหุ้นในกลุ่มการสื่อสารและเทคโนโลยี (โวกาโฟน อีแมป บัลติมอร์ เทค และเพียร์สัน) ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพก็อาศัยประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการกว่า 7 ปี และเลือกลงทุนในธุรกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมเป็นหลัก (โวกาโฟน มาร์โคนี เคเบิล แอนด์ ไวร์เลส และพรูเดนเชียล)

เนื่องจากการเลือกลงทุนของเด็กหญิงวัย 4 ขวบนั้นป็นไปแบบสุ่มล้วนๆ กระบวนการคัดเลือกบริษัทจึงเป็นแบบบันไดแบบพับได้และเศษกระดาษชิ้นเล็กๆกองหนึ่ง เมื่อถึงเวลาก็ได้มีการจัดเตรียมกระดาษชิ้นเล็กๆ 100 ชิ้น แต่ละชิ้นมีชื่อของบริษัทอยู่ 1 แห่ง จากนั้นก็ทำการโปรยกระดาษขึ้นไปบนอากาศแล้วให้เด็กหญิงสุ่มคว้ากระดาษเป็นจำนวนทั้งหมด 4 ชิ้น หนูน้อยส่งกระดาษทั้ง 4 ชิ้นให้แม่ จากนั้นแม่ของเธอก็ประกาศว่าลูกสาวจะลงทุนซื้อหุ้นของธนาคารแห่งหนึ่ง (แบงก์ออฟสกอตแลนด์) กิจการค้าร่วมของแบรนด์เครื่องดื่มชื่อดัง (ดิอาจิโอ) กลุ่มธุรกิจบริการด้านการเงิน (โอลด์ มิวชวล) และเครือข่ายซุปเปอร์มาร์เกตชั้นนํา (แซงส์บิวรี)

เพื่อให้ยุติธรรมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงได้มีการอนุญาตให้ผู้เข้าร่วมการทดลองสามารถปรับเปลี่ยนการลงทุนของตัวเองได้หลังจากการทดลองที่กินเวลานาน 1 สัปดาห์เริ่มต้นไปได้สองสามวัน ปรากฏว่านักโหรา ศาสตร์การเงินลงมือพยากรณ์จากดวงดาวอีกรอบ จากนั้นก็เปลี่ยนบริษัทที่ตัวเองเลือกถึง 3 แห่ง สุดท้ายตัวเลือกในการลงทุนของเธอจึงประกอบด้วยบีโอซี บีเออี ซิสเต็มส์ ยูนิลีเวอร์ และเพียร์สัน เธอให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า การตัดสินใจของเธอตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าบริษัทเหล่านี้มีลมประจําดาวเคราะห์คอยเกื้อหนุนอยู่

ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนยังยึดมั่นอยู่กับตัวเลือกเดิม ขณะที่การเลือกแบบสุ่มด้วยวิธีโปรยกระดาษในรอบที่สองส่งผลให้เด็กหญิงเลือกลงทุนกับแอมเวสแคป เบส แบงก์ออฟสกอตแลนด์ และฮาลิแฟกซ์

พอถึงช่วงปลายสัปดาห์ ผู้ทำการทดลองทั้งหมดก็มารวมตัวกันอีกครั้งที่บาร์เคลย์ส สต๊อกโบรกเกอร์ส เพื่อตรวจสอบผลการแข่งขัน ปรากฏว่าตลาดหุ้นในสัปดาห์นั้นมีความผันผวนมากเป็นพิเศษ มูลค่าของบริษัทชั้นนําระดับโลกจึงลดลงไปหลายพันล้านปอนด์ แต่น่าแปลกที่ผู้เชี่ยวชาญของเรามองไม่เห็นสัญญาณของความผันผวนล่วงหน้าเลย พวกเขาจึงขาดทุนไปตามภาวะขาลงของตลาดหุ้น และคนที่ได้อันดับรั้งท้ายก็คือนักโหราศาสตร์การเงิน วิธีการพยากรณ์จากดวงดาวทําให้เธอขาดทุนไป 10.1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนได้อันดับ 2 โดยขาดทุนไป 7.1 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 1 ตกเป็นของเด็กหญิงซึ่งขาดทุนไปแค่ 4.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนไม่ได้แสดงออกถึงการมองโลกในแง่ดีแบบเดียวกับตอนที่เขาแนะนําให้ลูกค้าซื้อหุ้นเลย โดยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าเขามั่นใจมาตลอดว่าจะได้ที่โหล่ แถมยังคิดไว้แล้วว่าเด็กหญิงน่าจะชนะการแข่งขัน ด้านนักโหราศาสตร์ก็หันไปใช้การพยากรณ์จากดวงดาวเพื่ออธิบายความล้มเหลวของตัวเอง โดยอ้างว่าถ้าเธอรู้มาก่อนว่าเด็กหญิงเกิดราศีกรกฏละก็ เธอคงไม่กล้าต่อกรกับหนูน้อยเป็นแน่ๆ ส่วนตัวเด็กหญิงนั้นมีท่าที่ถ่อมตนอย่างเห็นได้ชัดเกี่ยวกับชัยชนะในครั้งนี้ โดยบอกว่าเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอธิบายถึงชัยชนะของตัวเองอย่างไร แถมบอกอีกว่ายังไม่ได้เริ่มเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนอนุบาลเลยด้วยซ้ำ

หนังสือพิมพ์ เดอะ ซัน รู้สึกถึงกับความสําเร็จของเด็กหญิง จึงเสนอประวัติของหนูน้อยคนนี้ 1 หน้าเต็มๆ ในหน้าการเงินของหนังสือพิมพ์ พร้อมระบุเคล็ดลับสําคัญ 3 ประการที่เด็กหญิงแนะนําให้แก่ผู้สนใจอยากเล่นหุ้น ได้แก่ “เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง ขนมหวานต่างหากที่สําคัญ” “เข้านอนแต่หัวค่ำ” และ “จับตาตลาดของเล่นเด็กที่กําลังเติบโตไว้ให้ดี” ด้านรายการ The Tonight Show with Jay Leno ก็อยากเชิญเด็กหญิงมา ร่วมรายการ และเธอคงเป็นแขกรับเชิญคนแรกที่ปฏิเสธไม่มาออกรายการด้วยเหตุผลที่ว่า เธอมีการบ้านต้องทํา

ระยะเวลาแค่สัปดาห์เดียวถือว่าเป็นเวลาเพียงน้อยนิดสําหรับโลกแห่งการเงิน ดังนั้นผู้ทำการทดงลองจึงตัดสินใจขยายการทดลองออกไปเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ปรากฏว่าตลอด 12 เดือนต่อมาเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสที่เดียว เพราะตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงถึง 16 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ได้มีการขอให้บาร์เคลย์ส สต๊อกโบรกเกอร์ส ช่วยประเมินผลงานการลงทุนของผู้เข้าร่วมการทดลองทั้ง 3 คนหลังจากการทดลองครั้งแรกผ่านไปแล้วเกือบปี

ผลที่ออกมานั้นน่าตื่นเต้นเหลือเกิน เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของเราขาดทุนไปถึง 46.2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนักโหราศาสตร์การเงินทําผลงานได้ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังขาดทุนอยู่ 6.2 เปอร์เซ็นต์ และก็เป็นอีกครั้งที่เด็กหญิงครองอันดับ 1 โดยสามารถทํากําไรจากการลงทุนได้ถึง 5.8 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆที่ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะชะลอตัว

ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่การทํานายของผู้เชี่ยวชาญจะไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภูมิปัญญาของนักวิเคราะห์การเงินถูกตรวจสอบอย่างละเอียดและได้รับการพิสูจน์ว่ามีจุดบกพร่อง ใน ประเทศสวีเดนก็เคยมีการทดลองคล้ายๆกัน โดยหนังสือพิมพ์ระดับประเทศฉบับหนึ่งให้เงินจํานวน 1,250 ดอลลาร์แก่นักลงทุนผู้มากประสบการณ์ 5 คนและลิงชิมแปนซีอีก 1 ตัวที่ชื่อ โอลา เจ้าโอลาเลือกหุ้นด้วย การปาลูกดอกใส่ชื่อของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสตอกโฮล์ม หลังจากผ่านไป 1 เดือน หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก็เปรียบเทียบผลกําไรและขาดทุนของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน ปรากฏว่าเจ้าโอลาทําผลงานได้ดีกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนทุกคน

ในทํานองเดียวกัน หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัล ได้ขอให้นักลงทุน 4 คนเลือกหุ้นมาคนละ 1 ตัว แล้วจึงสุ่มเลือกหุ้นอื่นๆออกมาอีก 4 ตัวโดยใช้วิธีปาลูกดอกแบบเดียวกับโอลา หลังจากผ่านไป 6 เดือน หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก็เปรียบเทียบผลตอบแทนจากหุ้นที่ผู้เชี่ยวชาญเลือกกับหุ้นที่ “สุ่มจากการปาลูกดอก” ปรากฏว่าวิธีสุ่มปาลูกดอกประสบความสําเร็จมากกว่า และสามารถเอาชนะผู้เชี่ยวชาญได้อย่างน้อย 1 คนเสมอ

อย่างไรก็ตาม การทดลองในเรื่องโหราศาสตร์การเงินนี้ไม่ใช่การทดลองทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการกระทําของสวรรค์เบื้องบนกับเหตุการณ์บนโลกหรอก เพราะการศึกษาในทํานองนี้มีมาก่อนหน้านี้แล้วหลายสิบปี โดยเป็นการทดลองอันแปลกประหลาดที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการทดลองของนักจิตวิทยาผู้มีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งในสหราชอาณาจักรด้วย